ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง สะบัก (Office Syndrome)
เป็นอาการที่เกิดจากการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังและเยื่อพังผืด ซึ่งเกิดจากการทำกิจกรรมเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานทำให้มีจุดกดเจ็บ (Trigger point) ในเนื้อเยื่อ โดยจุดกดเจ็บนี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดและตึงได้
พฤติกรรมและภาวะเสี่ยง
ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานติดต่อกันเกิน 6 ชั่วโมง/วัน
นั่งทำงานในท่าทางซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง
สภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น ระดับความสูงของโต๊ะ หรือลักษณะของเก้าอี้ที่นั่งทำงาน
ท่าทางในการทำงาน เช่น ท่านั่งหลังค่อม ก้มหรือเงยหน้ามากจนเกินไป
และโรคต่างๆ ที่เราได้นำมาให้อ่านกันนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการรักษาทางกายภาพบำบัดเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ทางกายภาพบำบัดสามารถรักษาได้ ถ้าทุกท่านมีอาการหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นคล้ายๆ กับที่เราเสนอไปนั้นสามารถสอบถามหรือเข้ามาทำการรักษากับเราได้ทุกเมื่อเลยค่ะ
วิธีการรักษาทางกายภาพบำบัด
1.Shockwave therapy
เครื่องมือที่ใช้การส่งผ่านคลื่นกระแทก หรือ Shockwave เข้าไปในบริเวณที่มีอาการปวด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และกระตุ้นให้หลั่งสารลดปวด จึงทำให้อาการปวดลดลง
2. High power laser
เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการรักษาอาการปวดจากโรคระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ สามารถรักษาอาการปวดระบม อักเสบเฉียบพลัน ยังสามารถรักษาอาการ ชา อาการดีขึ้นในทันที เมื่อรักษาโดยเครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High power Laser)
3.Ultrasound therapy
เป็นเครื่องรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ให้ผลความร้อนในลักษณะความร้อนลึกโดยปล่อยความร้อนลึกออกมาใต้ผิวหนังที่ 2-5 cm.
4.การกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทด้วยไฟฟ้าผ่านทางผิวหนัง หรือ TENS
เป็นการติดแผ่นกระตุ้นไฟลงบนกล้ามเนื้อที่มีปัญหาเพื่อให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการปวด
5.เครื่องดึงหลัง/ดึงคอ (Traction)
การดึงเป็นการใช้แรงกระทำกับร่างกายในทิศทางแยกผิวข้อต่อออกจากกันช่วยคลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ และลดอาการปวดจากแรงกดที่กระดูกสันหลังลดลง
6. การประคบร้อน/เย็น (Hot&Cold Pack)
ใช้ความร้อนในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น ช่วยลดอาการบาดเจ็บ ปวดเกร็งตามกล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อให้ผ่อนคลายได้ดียิ่งขึ้น
ใช้ความเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวดบวมที่เกิดจากอาการบาดเจ็บแบบเฉียบพลัน เพราะความเย็น จะช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัว และเลือดออกน้อยลง
7.เทคนิคบำบัดด้วยมือ (Manual therapy)
ประกอบไปด้วยการ นวด (Massage) โดยออกแรงกดลงไปตามร่างกาย จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว เพิ่มการไหลเวียนเลือด และลดอาการเจ็บปวด การดัดดึงข้อต่อ (Mobilization) ในกรณีที่มีการติดรั้งของข้อต่อ เช่น ข้อไหล่ติด ข้อเข่าติด นิ้วล็อค
8.สอนออกกำลังกายเฉพาะบุคคลเพื่อการบำบัดลดอาการปวด
การออกกำลังกายเพื่อการบำบัดรักษา (Therapeutic exercise) คือการเคลื่อนไหวส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทุกส่วนของร่างกายเพื่อการบำบัดรักษา ลดอาการของผู้ป่วย หรือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย


